วง Liberty ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2535 จากการรวมตัวกันของนิสิตน้องใหม่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ อันได้แก่ โดม (กลอง) แนน (ร้องนำ) ตั้ม (กีต้าร์) เซี๊ยะ (กีต้าร์) และต้น (เบส) เพื่อร่วมเล่นในงานต่างๆ ของคณะ โดยแนวดนตรีที่ Liberty เล่นกันในตอนนั้น จะเป็นแนว Pop Metal (อย่าเพิ่งงงนะครับว่าPop Metal น่ะ มันอะไรกัน) เนื่องจาก "แนน" เป็น นักร้องที่ร้อง เพลง Pop ได้ดี และ ชอบเพลง Pop เป็นที่สุด แต่มือกีต้าร์ทั้งสองคน ชอบที่จะเล่น แนวหนักๆ ซะมากกว่า ดังนั้นเพลงส่วนใหญ่ที่ Liberty เล่นจึงเป็นเพลง Pop ที่ถูกผ่าตัด จนมี sound เป็นแบบ Metal แทบจะทั้งสิ้น

หลังจากหนึ่งปีผ่านไป (พ.ศ.2536) "ต้น" ได้ขอแยกตัวออกไปเพื่อจะใช้เวลากับการเรียน (ที่เริ่มจะหนัก) ให้มากขึ้น Liberty จึงได้ "เอนก" มือเบสผมยาวร่างใหญ่ (ตอนนั้นยังไม่ใหญ่เหมือนตอนนี้นะครับ 5 5 5 ) มารับหน้าที่แทน ซึ่งในปีเดียวกันนี้เอง Liberty ได้เริ่มเข้าสู่เวทีการประกวด Coke Music Awards ในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ วง Jazz แบบ Full band กำลังครองเวทีการประกวดคือ วงที่ชนะเลิศ จะเป็นวงในแนวนี้ทั้งนั้น แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสูตรสำเร็จของการประกวดดนตรีเลยก็ว่าได้ ซึ่ง Liberty ก็ตกรอบไปตามระเบียบ เพราะ "ฝีมือ" ยังไม่เข้าขั้น และแนวเพลงยังไม่มี "สาระทางคนตรี" ซักเท่าไหร่

แต่ Liberty ก็ยังคง (หน้าด้าน) ประกวดต่อไป โดยตั้งเป้าหมายว่า จะทำวง String ที่มีเครื่องดนตรี แค่ 4 ชิ้นให้ชนะวง Jazz เก่งๆ ที่เล่นกัน 7-8 คนให้ได้ โดย "ตั้ม" ได้เปลี่ยนตัวเองไปเล่นคีย์บอร์ด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ Sound โดยรวมของ Liberty จากที่เคยมีแต่เสียง Distortion ของกีต้าร์ 2 ตัว ที่แข่งกัน solo อยู่เสมอ กลายเป็น Sound กีต้าร์ +Synthesizer ที่มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และเริ่มเล่นเพลงของ Queen กับ Dream Theater

จนสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ (จนได้) โดยได้รับรางวัลชนะเลิศในปี พ.ศ.2538 และ เข้าถึงรอบ 10 วงสุดท้ายในระดับประเทศ จากเวทีการประกวดนี้ ก็ได้รับการติดต่อจากค่าย Sold Out (วง Sick Child) ซึ่งหลังจากคุยกันทางค่ายแล้ว Liberty ได้พบว่า concept ที่ทางค่ายเตรียมไว้ให้ ไม่ตรงกัน style ของวง Liberty จึงตัดสินใจ "ยังไม่ทำ Album" และมุ่งหน้าประกวดต่อไป

หลังจากที่ "แนน" ได้ออกจากวงไปเพื่อศึกษาต่อในปีพ.ศ.2539 "อิด" รุ่นน้องในคณะ จึงได้เข้ามารับหน้าที่นักร้องนำของวงแทน และได้เข้าร่วมประกวด NASA จนได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นรางวัลเงินสด 100,000 บาท แต่ ... ค่ายเพลงที่จัดงาน (ขอสงวนชื่อ) บอกว่าจะต้องเซ็นสัญญากับทางค่ายก่อน จึงจะรับรางวัลได้ซึ่งในเวลานั้นทางวงยังไม่พร้อมที่จะทำอัลบั้มกัน จึงเลือกที่จะ "ไม่เซ็นสัญญา" ทำให้ "ชวด" เงินรางวัลตรงนั้นไป

ในปี พ.ศ.2540 "อิด" ได้รับการเชิญชวนจากรุ่นน้องคือ "ต้อง" (มือกีต้าร์คนปัจจุบัน) ให้มาร่วมประกวดดนตรีภายในของมหาวิทยาลัย ในนามวง "ฉ.ก." จากการรวมตัวของสมาชิกชมนุมดนตรีของคณะ อันได้แก่ อิด ต้อง ติ และ ตั้ม-อัศราช ด้วยความคุ้นเคยที่ร่วมเล่นดนตรีในชุมนุมกันมา รวมทั้งได้ "เอนก" มาช่วยให้คำแนะนำ ทำให้สามารถชนะเลิศในปีนั้นมาได้แบบงงๆ เหมือนกัน

เข้าสู่ปี พ.ศ.2541 Liberty ได้มุ่งหน้าเข้าสู่การประกวดตามเวทีต่างๆ กันอย่างจริงจังมากขึ้น เริ่มด้วยการเข้ารอบ 5 วงสุดท้ายของงาน Young Generation Music Contest และ สุดท้ายกับ รางวัลชนะเลิศ "MTV Thailand Band Alert ครั้งที่ 1" ซึ่งช่วงนั้น Liberty ใช้นามแฝงของวงคือ "Millenium"

แต่แล้ว Liberty ก็เข้าสู่ "ยุดมืด" จนได้ในปี พ.ศ.2542 เมื่อเกิดการ "ว่างงานทางดนตรี" ขึ้น โดยเริ่มจาก "โดม" ได้ขอแยกตัวออกไปประกอบธุรกิจส่วนตัว "เซี๊ยะ" ต้องแบ่งเวลาให้กับการเรียนต่อ แทบจะไม่มีเวลามาซ้อมกัน จนวงเกือบๆ จะแตก แต่สุดท้ายด้วยความมุ่งมั่นของ เอนก ตั้ม และ อิด จึงให้สามารถยังรวมตัวกันได้อยู่ รวมทั้ง ได้ชักชวน "นาถ" (มือกลองคนปัจจุบัน) เข้ามารับหน้าที่กลองแทน รวมถึง "ต้อง" ได้เข้ามาช่วยเสริมในส่วนของกีต้าร์ และได้เริ่มต้นทำเดโมกันอย่างจริงจังในช่วงปลายปีนั้นเอง เพลงแรกที่ทำเสร็จก็คือ "วันที่เธอจากไป" (Foolish Man)

หลังจากขึ้นปีใหม่ (พ.ศ.2543) "เซี๊ยะ" ก็ขอแยกตัวออกไป เนื่องจากการเรียนต่อที่หนักมากจนไม่มีเวลาพอ แต่ทางวงก็ยังคงมุ่งหน้าทำเดโมกันต่อไป จากนั้นได้เริ่มนำเดโมส่งไปตามค่ายเพลงต่างๆ ...แต่แล้วจนสุดท้าย ไม่มีที่ไหนสนใจ จะมีที่สนใจก็ดัน "เจ๊ง" ไปซะก่อน ไม่ก็สนใจแต่ตัวนักร้อง หรือ บอกว่าเพลงพอใช้ได้ แต่ "look ใช้ไม่ได้เลย" บ้าง

เรื่อยมาจนถึงช่วงปลายปี พ.ศ.2544 Liberty จึงตัดสินใจว่าทำ Album ออกมาขายเองซะเลยดีกว่า ขืนรอไปเรื่อยๆ มีหวัง "หมดไฟ" กันก่อนแน่ๆ โดยทำเพลงกันที่บ้านของ "อิด" (บ้านรักนก) แต่ง, อัด, Produce, Mix down กันบน เครื่อง PC แบบ "ตามใจฉัน" จริงๆ และในขณะที่กำลังหาที่ ที่จะปั้มเทปอยู่นั่นเอง ทางวงก็ได้ข่าวโครงการ "Indy Trendy" ของค่าย IndyCafe ซึ่งฟังดูแล้วน่าสนใจดี เลยติดต่อเข้าไป และ ทางค่ายก็สนใจ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณ "พี่ปิ๊ก" และ พี่ๆ ทีมงานอีกหลายคนใน Studio ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ที่ให้โอกาสพวกเราได้ทำงานดนตรีกันอย่างเต็มที่ อย่างที่เราต้องการจริงๆ

จากจุดนั้น Liberty จึงได้เริ่มงานกับ IndyCafe ในช่วงปี พ.ศ.2545 และ ได้มาเป็น Liberty อย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ

กฤษดา ทองเปล่งศรี

 
   
Copyright © 2002-2007 LibertyBand.com. All Rights Reserved.